
หลายครอบครัวที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลบ้าน หรือหลายหน่วยงานต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเคยเกิดปัญหาในการจ้างแม่บ้านทำความสะอาดกันบ้างไหม โดยเฉพาะความสงสัยระหว่างการจ้างแม่บ้านจากบริษัททำความสะอาดกับการจ้างแม่บ้านทั่วไป อย่างไหนดีกว่ากัน วันนี้เราไปเคลียร์ปัญหาข้อนี้กัน
เปิดข้อดี-ข้อเสียของการจ้างบริษัททำความสะอาดกับแม่บ้านทั่วไปด้วยตัวเอง
1. ความเป็นมืออาชีพ: แน่นอนว่าแม่บ้านจากบริษัททำความสะอาดย่อมมีความเป็นมืออาชีพมากกว่า เพราะกว่าที่จะเข้ามาร่วมงานกับบริษัทได้นั้น แม่บ้านจะต้องผ่านการอบรมในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องการทำความสะอาด และวิธีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาอย่างชำนาญ แถมยังมีอุปกรณ์ทำความสะอาดมาให้ด้วย แต่แม่บ้านทั่วไปที่ไม่ผ่านบริษัทนั้นอาจไม่มีความชำนาญในการทำความสะอาดมากพอ หรืออาจทำงานได้เฉพาะอย่างเท่านั้น
2. ความรับผิดชอบ: หน้าที่ความรับผิดชอบของแม่บ้านทั้งสองแบบนั้นมีเหมือนกัน แต่จะต่างกันตรงที่แม่บ้านของบริษัททำความสะอาดอาจมีภาระงานที่ยุ่งยากและละเอียดมากกว่า อีกทั้งเมื่อเกิดความผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับแม่บ้านนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ทำข้าวของเสียหาย หรือแม่บ้านขาดงาน บริษัทจะเข้ามาแสดงความรับผิดชอบโดยการจ่ายค่าเสียหายตามข้อตกลง หรือการหาแม่บ้านมาทดแทนให้ เพราะก่อนจะจ้างแม่บ้านนั้น ทางบริษัทจะทำสัญญากับผู้ว่าจ้างก่อน ซึ่งดีกว่าการจ้างแม่บ้านเองที่ไม่มีการทำสัญญาใด ๆ
3. ค่าจ้าง: ค่าจ้างแม่บ้านจากบริษัทจะมีมาตรฐานมากกว่า เพราะจะอยู่ในอัตราที่บริษัทกำหนดมา แต่อาจมีราคาสูงกว่า ในขณะที่แม่บ้านทั่วไปอาจเรียกเงินตามความพอใจของตนเอง แต่เราสามารถต่อรองราคาได้
4. ความไว้วางใจ: แม่บ้านจากบริษัทจะต้องผ่านการคัดกรองประวัติส่วนตัวมาแล้วเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ว่าจ้างได้ ดังนั้น จึงมีความมั่นใจในส่วนหนึ่งว่าแม่บ้านที่มาจากบริษัททำความสะอาดนั้นสามารถไว้ใจได้มากกว่าแม่บ้านที่จ้างเอง หากเป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร แต่หากเป็นคนแปลกหน้าก็อาจเกิดความเสี่ยงในเรื่องของความน่าไว้วางใจได้
ถ้าไม่เลือกบริษัททำความสะอาด เลือกแม่บ้านแบบไหนไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง
1. เลือกคนที่ไว้ใจได้ มีประวัติส่วนตัวชัดเจน และสามารถสืบเรื่องราวส่วนตัวได้ โดยอาจพูดคุยกับแม่บ้านก่อนจะตัดสินใจจ้างก็ได้
2. ดูประสบการณ์การทำงาน อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้ามีประสบการณ์ในการเป็นแม่บ้านมากเท่าไร การทำงานยิ่งเป็นมืออาชีพมากเท่านั้น เพราะมีความชำนาญในงานที่ทำ เราจะไม่เหนื่อยกับการควบคุมดูแลมากนัก
3. มีความชัดเจนในเรื่องค่าจ้าง ต้องพูดคุยรายละเอียดของการทำงาน และค่าจ้างอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจำนวนเงินที่จ้าง และวันที่จ่ายค่าจ้าง รวมทั้งข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนจ้าง ยิ่งทำสัญญาจ้างได้ยิ่งดี ถ้าจำเป็นต้องจ้างแม่บ้านต่างชาติ ควรศึกษาเรื่องกฎหมายแรงงานให้ดี และขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะได้ไม่เกิดความยุ่งยากตามมาในภายหลัง
4. อาจมีการทดลองงานก่อนเพื่อดูผลงาน เมื่อผ่านการทดลองแล้ว อาจเพิ่มค่าจ้างให้ตามข้อตกลง เพื่อให้ได้แม่บ้านที่มีคุณภาพจริง ๆ เข้ามาทำงาน
การจ้างแม่บ้านจากบริษัททำความสะอาดกับแม่บ้านทั่วไปนั้นมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจให้เราพิจารณาข้อดีข้อเสียให้ชัดเจน รวมทั้งดูงบการเงินที่เรามีอยู่ด้วย เพราะการจ้างแม่บ้านอาจทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพื่อแลกกับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น จึงต้องคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด
