กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่จะช่วยให้พนักงานประจำที่ได้รับค่าจ้างรายเดือน มีช่องทางและโอกาสในการเก็บออมเงินและลงทุนให้เงินที่เก็บออมมางอกเงยขึ้น โดยที่ไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญในการต่อยอดเงินนั้น เนื่องจากจะมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนคอยบริหารเงินในกองทุนให้ได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุด อย่าง “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรี” ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนนี้
ทำความรู้จักกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรี กองทุนดีที่น่าลงทุน
อย่างที่หลายคนอาจจะทราบกันดีแล้วว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างมีความสมัครใจร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อให้ลูกจ้างมีหลักประกันทางการเงินที่จะมั่นใจได้ว่า เมื่อต้องลาออกจากงาน หรือเกษียณอายุจากการทำงานจะมีเงินก้อนไว้ใช้จ่าย ซึ่งกองทุนนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐผ่าน “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530” เพื่อใช้คุ้มครองให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ตามกำหนด
“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรี” ก็เป็นหนึ่งในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรูปแบบหนึ่งที่น่าลงทุน เหมาะสำหรับเป็นตัวเลือกให้กับพนักงานประจำทั้งหลายได้มีโอกาสลงทุนในกองทุนที่มีคุณภาพ และมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพดี
ลงทุนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรี ต้องมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง
สำหรับใครก็ตามที่ต้องการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรี ก่อนที่จะมีการลงทุนควรมีการประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในการลงทุนทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนที่ลงไปจะตอบโจทย์ความต้องการ ทั้งผลตอบแทนที่จะได้รับ และมีความเสี่ยงในการลงทุนไม่สูงไปกว่าที่ตนเองยอมรับได้ โดยจะต้องมีการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นดังนี้
1. ทำแบบประเมินความเสี่ยงในการลงทุน
ผู้ลงทุนควรมีการทำแบบประเมินความเสี่ยง เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกลงทุนในนโยบายการลงทุน หรือแผนการลงทุน (Member Risk Profile) แต่ละแผน ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผลการประเมินจะระบุได้ว่าตนเองสามารถยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด เช่น รับความเสี่ยงได้ต่ำควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง มีความเสี่ยงน้อยอย่างตราสารหนี้ หากรับความเสี่ยงได้สูงก็สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างตราสารทุน ทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น

ตัวอย่างคำถามที่จะสามารถใช้ประเมินได้ว่า เราสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
– อายุการทำงานที่เหลืออยู่ โดยสิ่งนี้จะบอกได้ว่าสามารถรับความเสี่ยงกับเงินที่เก็บออมไว้ได้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งเหลือเวลาทำงานเยอะ โอกาสที่จะรับความเสี่ยงจากการลงทุนก็สูงตามไปด้วย เพราะการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง เมื่อระยะเวลาผ่านไปยาวนานขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีความคุ้มค่ามากขึ้นเท่านั้น
– ภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน และเงินเหลือเก็บจากการใช้จ่ายในแต่ละเดือน สิ่งนี้จะแสดงให้เห็นว่าผู้ลงทุนมีโอกาสที่จะรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหนหากขาดทุนจากการลงทุน สำหรับคนที่มีเงินเหลือเก็บเยอะ ก็อาจจะสามารถรับความเสี่ยงได้สูงกว่าคนที่ไม่ค่อยมีเงินเก็บ เป็นต้น
– ทัศนคติต่อการลงทุนเป็นอย่างไร สำหรับบางคนอาจจะมีแนวคิดที่ว่า เงินที่ตนเก็บออมมาควรอยู่ครบให้มากที่สุด ไม่ควรหายไปแม้แต่น้อย ดังนั้นก็จะสามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนได้ต่ำ แต่สำหรับบางคนมีความเชื่อที่ว่า สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเท่าไหร่ โอกาสในการได้ผลตอบแทนก็จะสูงมากตามไปด้วย จึงสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงได้
นอกจากตัวอย่างคำถามข้างต้นแล้ว ในแบบประเมินความเสี่ยงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรียังมีคำถามและหลักเกณฑ์อีกมากมายที่จะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมการลงทุนของเราเพิ่มมากขึ้น การประเมินความเสี่ยงก่อนการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก
2. ศึกษาข้อมูลแผนการลงทุน
เมื่อทำแบบประเมินความเสี่ยง และรู้ว่าตนเองสามารถยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหนเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์หรือแผนการลงทุนที่มีนโยบายในสินทรัพย์ประเภทนั้นอย่างละเอียด เพื่อดูว่าสินทรัพย์ตัวใดที่สอดคล้อง ตรงกับความสนใจและความต้องการในการลงทุนของเรา
3. ติดตามข้อมูลข่าวสาร และผลประโยชน์การลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนการลงทุนตามต้องการ
การเลือกแผนการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรีนั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถเลือกได้เพียงแค่ครั้งเดียว จบแล้วจบเลย ผู้ลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนแผนได้ตามระยะเวลาที่กองทุนเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุน ดังนั้นผู้ลงทุนจึงควรมีความเข้าใจในรายละเอียดแผนการลงทุน รู้ทันข้อมูลข่าวสารแนวโน้มเศรษฐกิจ เพื่อไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรุงศรีนับเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากลงทุนเพื่อเก็บออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ แต่อย่างไรก็ตามต่อให้กองทุนจะมีประสิทธิภาพ มีผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารจัดการกองทุนให้ดีเพียงใด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ลงทุนควรมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองกำลังลงทุนอยู่อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสมกับตนเองที่สุด และลงทุนได้อย่างสบายใจที่สุดนั่นเอง
